โครงการจัดการศึกษาทางเลือก ณ
โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา
1. ความเป็นมา
เหตุผลความจำเป็น
ในระยะ 8 ปีที่ผ่านมา
โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยาได้ช่วยเหลือนักเรียนที่ตกหล่นจากการศึกษา ในระบบ เช่น นักเรียนจบไม่พร้อมรุ่น นักเรียนที่ออกกลางคัน และมีปัญหาต่าง ๆ
ทั้งทางด้านพฤติกรรมนักเรียน
ปัญหากับระบบการศึกษา ปัญหาที่เกิดจากครู
ผู้สอน ปัญหาจากการประเมินผล ปัญหาจากผู้ปกครอง
ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้ผู้เรียนต้องพลาดโอกาสจากการศึกษาในระบบ จึงจำเป็นปรับการใช้หลักสูตรสถานศึกษา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น
และรองรับสิทธิและโอกาสให้นักเรียนได้รับการศึกษา มาตรา 10
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ อย่างสอดคล้องกับกลยุทธ์ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยยึดหลัก 3
ประการ ดังนี้
1.1 หลักการปฏิรูปการศึกษา โดยการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน
ลักษณะการจัดการเรียนการสอน
เน้นการจัดการเรียนการสอนนอกเวลาราชการโดยใช้วันเสาร์เป็นเวลาสอบ , สอนเสริม
เป็นการผสมผสานการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย โดยใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามปกติ
1.2 หลักความยืดหยุ่น โดยอาศัย มาตรา ๑๕ (๒) และ(๓) การศึกษานอกระบบ
ยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบ, วิธีการจัดการศึกษา
ระยะเวลาของการศึกษา
การวัดและการประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา การศึกษาตามอัธยาศัยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ
ศักยภาพความพร้อม และโอกาสโดยศึกษาจากบุคคล
ประสบการณ์สังคมสภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่นๆ
1.3 หลักกฎหมาย สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2545
มาตรา 39
โรงเรียนเป็นนิติบุคคล โดยกระจายอำนาจให้สถานศึกษาจัดการศึกษา
มาตรา 4
วรรคสาม “การศึกษาตลอดชีวิต” หมายความว่า
การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างตลอดชีวิต
มาตรา 15 การจัดการศึกษามี 3
รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือทั้ง 3 รูปแบบก็ได้
2. วัตถุประสงค์การปรับใช้หลักสูตร
2.1 เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ออกกลางคันและจบไม่พร้อมรุ่น
ไม่มีที่เรียน และมีโอกาสจบ
การศึกษา
2.2 เพื่อส่งเสริมการขยายโอกาส และความทั่วถึงการตามหลักการศึกษาตลอดชีวิต
3. กระบวนการดำเนินการ
3.1 ศึกษากฎหมายการศึกษาที่เกี่ยวข้อง
3.2 หลักสูตรที่ใช้เป็นหลักสูตรสถานศึกษา
3.3 ศึกษาเอกสารแนวดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญาสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ
2546
3.4 รับสมัครนักเรียนที่ออกกลางคันและจบไม่พร้อมรุ่น
ไม่มีที่เรียน และมีโอกาสจบการศึกษา
โดยทั่วไป
ทั้งที่ผ่านการเรียนจากหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนสังกัดคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรอื่นเปิดรับสมัครทุกวันศุกร์ ตลอดปี
(ปิดภาคเรียนช่วง 10 เมษายน ถึง 14
พฤษภาคม) โดย
3.4.1 ตรวจเอกสารการรับจาก ป.พ. 1 : 3 , ป.พ. 1 : 4
ตัวจริงและหลักฐานประกอบ
3.4.2 สัมภาษณ์
เพื่อจัดทำข้อมูลรายบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับนักเรียนเป็นสำคัญ และจัดทำแฟ้ม นักเรียนรายบุคคล
3.4.3 ออกเลขประจำตัวนักเรียน
3.5 เทียบโอน
โดยใช้กระบวนการเทียบโอนจากหลักสูตรสถานศึกษาสังกัดคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน (ต่างโรงเรียน) , หลักสูตรต่างๆ
ที่ต่างสังกัด และหลักสูตรอื่นๆ ทั้งในระบบและนอกระบบ (จากคู่มือการเทียบโอนฯ ของ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
3.6 จัดการเรียนการเรียนรู้ โดยอาศัยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542
และที่ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
พ.ศ. 2545 มาตรา 22 , 23 , 24
ซึ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ , คุณธรรมนำความรู้, มีการผสมผสานความรู้ทักษะ ,
กระบวนการคิด , ประสบการณ์จริงฯ และการกระตุ้นให้เกิดการใฝ่รู้ใฝ่เรียน
ให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียน
3.6.1 จัดกลุ่มการเรียน โดยพิจารณาจากผลการเรียนเดิม
ดังนี้
1) ผลการเรียนระดับดี ให้ศึกษาด้วยตนเองตามโครงสร้างหลักสูตรของ โรงเรียน และจัดสอบ เพื่อตัดสินผลการเรียน
2) ผลการเรยนระดับปานกลาง และอ่อน ให้ผู้เรียนเลือกเรียน วิธีการเรียน ดังนี้
2.1) เรียนด้วยตนเอง
และรับการสอบเพื่อตัดสินผลการเรียน
2.2) เรียนเสริมในกลุ่มสาระที่เรียนอ่อน
เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
ร่วมกิจกรรมส่งเสริม
คุณธรรมจริยธรรม, จัดทำโครงงาน รายงาน และส่งชิ้นงาน
ผลงานตาม
ที่กำหนด
เพื่อรับการตัดสินผลการเรียน
3.6.2 ผู้เรียนที่ออกกลางคัน
1) ม. 3 / ม. 6 / ปวช.3 ภาคเรียนที่ 2 ให้ศึกษาด้วยตนเอง และจัดสอบ
เพื่อตัดสินผลการเรียน
2) ม. 3 / ม. 6 ภาคเรียนที่ 1 ให้นักเรียนเลือกวิธีการเรียน
ตามข้อ 2.1) หรือ 2.2)
ม. 2 / ม. 5 ,
ม. 1 / ม. 4 สอนเสริม และรับการสอบเพื่อตัดสินผลการเรียน
หรือเลือกวิธีเรียนตามข้อ 2.2) (หน้า 2)
3.6.3 ผู้เรียนอายุเกินเกณฑ์
(กลุ่มการศึกษาตลอดชีวิต)
สอนเสริมวิชาบังคับ
และเลือกเรียนวิชาเพิ่มเติมตามความถนัดและความสนใจ
แล้วจัดสอบเพื่อตัดสินผลการเรียน
3.7 จัดการเรียนการสอน ให้แก่กลุ่มผู้เรียนที่จัดเรียนเสริม วันละ 1
วิชา วิชาละ 6 ชั่วโมงในวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดราชการ การยืดหยุ่นเวลาแต่ละกลุ่มสาระให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน
3.8 การจัดเวลาเรียน
3.8.1 ใช้หลักความยืดหยุ่นจากมาตรา 15 (2) และ
(3) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียน
ที่มีอายุเกินเกณฑ์
สามารถจบการศึกษาได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม
3.8.2 จัดเวลาเรียน 1,000 –
1,200 ชั่วโมง
3.8.3 ใช้เวลาเรียน
12 ชั่วโมง ต่อ 1 วัน ให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษานอกระบบ
และ
ตามอัธยาศัย เกิดความยืดหยุ่นในทางปฏิบัติ
3.8.4 ในกรณีที่มีนักเรียน ม. 3, ม. 6 ,ปวช. 3 ที่ไม่จบการศึกษาจากโรงเรียนเดิม
แต่ย้ายมา
มีผลการเรียนมาแล้วครบ
ทุกภาค เรียนและทุกรายวิชา แต่มีบางวิชาติด 0, ร. มส. ให้ถือว่านักเรียนคนนั้น มีเวลาเรียนมาแล้วครบ 1,200 ชั่วโมง
จากโรงเรียนเดิมให้ดำเนินการเทียบ โอนตามวิธีการจัดการเรียนรู้ ในข้อ 2.1 , 2.2 (หน้า 2)
3.8.5 ในกรณีที่มีนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4
ที่ย้ายมามีผลการเรียนจากโรงเรียนเดิม
ไม่ครบทุกภาคเรียน
และไม่ครบทุกรายวิชา ให้เทียบโอนวิชาที่เหลือ โดยการจัดเวลาในการเรียนให้สอดคล้องกับอายุของผู้เรียนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้จบการศึกษาพร้อมรุ่น
3.8.6 นักเรียนที่มีอายุตามเกณฑ์ให้จัดเวลาเรียนตามหลักสูตร
ตามเกณฑ์อายุ โดยไม่จบ
การศึกษาก่อนกำหนด
3.9
(ฉบับที่ 2) การประเมินผลการเรียน
ให้ใช้มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช
2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 2545
โดยให้กระบวนการประเมินผลที่หลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน
ภายใต้ ข้อตกลง ระหว่างครู , นักเรียน และผู้ปกครอง โดยใช้ระเบียบแนวปฏิบัติว่าด้วยการประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3.10 การจบการศึกษา
3.10.1 ให้ใช้ระเบียบโรงเรียนการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน แนวปฏิบัติการวัดผลประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบยืดหยุ่น
นักเรียนจะจบการศึกษาเช่นเดียวกับการจบการศึกษาในระบบ
3.10.2
กรณีที่มีผู้จบการศึกษากลางปีการศึกษา ให้โรงเรียนอนุมัติผลการจบหลักสูตร ภายในเดือนตุลาคม
เพื่อประโยชน์แก่นักเรียนที่จบไม่พร้อมรุ่น
3.10.3 กรณีที่นักเรียนจบการศึกษาแล้วแต่ยังไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่อนุมัติผลจบการศึกษากลางปี
ปลายปี ให้ใช้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการออกใบสุทธิและหนังสือรับรองความรู้สถานศึกษาปี
พ.ศ. 2547
โดยออกเป็นหนังสือรับรองความรู้ตามแบบฟอร์มที่กำหนดในระเบียบดังกล่าว
3.11 ค่าใช้จ่ายในการศึกษาโรงเรียนทางเลือก
โรงเรียนมีความจำเป็นต้องเก็บค่าใช้จ่าย
เพราะมีนักเรียนเข้าเรียนระหว่างปีหลังจากรายงานจำนวนนักเรียน 10 มิ. ย.
ซึ่งไม่ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว
3.11.1 ให้ปฏิบัติตามประกาศโรงเรียน
ซึ่งออกโดยมติที่ประชุมกรรมการสถานศึกษา และลงนามโดยประธาน คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน จำนวน
910 บาท /ปี ใน ม. ต้น และ 910 บาท/ ภาคเรียนใน ม. ปลาย
3.11.2
จะเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อผู้เรียนจบการศึกษาเท่านั้น ห้ามเก็บเมื่อแรกเข้า
3.12
การรายงานผลการดำเนินการ
ให้รายงานผลการดำเนินงานต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง











