This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ผลการดำเนินงานมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง ปี 2561

ความเป็นมาของมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง

       การจัดตั้งมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง มีแนวคิดมาจาก กลุ่มเครือข่าย
ผู้ปกครองและครูห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง ซึ่งผู้ปกครองเหล่านี้มีลูกเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษหลายกลุ่ม เช่น ออทิสติก ดาวน์ซินโดรม ภาวะบกพร่องทางสติปัญญา บกพร่องทางการเรียนรู้ สมาธิสั้น บกพร่องทางสมอง ฯลฯ  ซึ่งแสวงหาแนวทางการพึ่งพาตนเอง เมื่อเด็กและเยาวชนเหล่านี้เติบโตขึ้น เขาจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าอย่างไร โดยพึ่งพาสังคมหรือรัฐน้อยที่สุด และจะมีชีวิตอย่างไรเมื่อสิ้นพ่อแม่อุปการะ  การเตรียมการสร้างชุมชนหรือสังคมเกื้อกูลที่ลูกของตนสามารถอยู่ได้ แม้วันที่พ่อแม่ลาลับไป เป็นการสร้างศักยภาพให้เด็กๆ เหล่านี้มีชีวิตที่มีคุณค่า ทั้งในด้านทักษะชีวิตที่ช่วยเหลือตนเองได้ และทักษะอาชีพที่สามารถทำงานตามศักยภาพได้  โดยลดการพึ่งพาน้อยที่สุด ที่สำคัญ การพัฒนาความเป็นมนุษย์ในตัวพวกเขาให้สมบูรณ์พร้อมเท่าที่เขาพึงตระหนักรู้ในคุณค่านี้ จึงได้ค่อยๆ เตรียมการพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรพ่อแม่มาเป็นลำดับ เนื่องจากยังไม่สามารถหาพื้นที่ในการเริ่มต้นของชุมชนได้
         ท้ายที่สุด คุณครูบัวเรียน แก้วนิสสัย คุณครูในโครงการห้องเรียนขอบฟ้ากว้าง ได้อนุญาตให้ใช้ที่ดินของตนในการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อให้ดำเนินการไปก่อนในระยะเริ่มต้น  จึงได้ดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งมูลนิธิขึ้น


ชมวีดีทัศน์ ความเป็นมาการก่อตั้งมูลนิธิ

ผลการดำเนินงานของมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง  2561-ปัจจุบัน
      มูลนิธิขอบฟ้ากว้าง ได้รับใบอนุญาตจัดตั้ง เมื่อ 29 ธันวาคม 2560 และเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน มีนาคม 2561 โดยมีกองทุนจัดตั้ง ประเดิมจาก อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู 6,000 บาท คุณอรรถพล เลาห์ขจร 260,000และครอบครัว ดร.พรรณี 50,000 บาท 
      ในวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ และมีการจัดกิจกรรม ทอดผ้าป่าเพื่อระดมทุนเป็น กองทุนดำเนินงานของมูลนิธิ เนื่องจาก มูลนิธิไม่มีรายได้ทางอื่น  การดำเนินเบื้องต้นนั้น มาจากการร่วมแรงของครู ผู้ปกครอง เด็กพิเศษ และดำเนินการในลักษณะจิตอาสา โดยมีคณะกรรมการบริหาร การตัดสินใจของอนุมัติงบประมาณ ภายใต้แผนพฃการทำงานของมูลนิธิ และตามระเบียบการเบิกจ่ายที่คณะกรรมการกำหนดขึ้นเพื่อความเหมาะสม โปร่งใส
และเป็นไปโดยระเบียบการจัดตั้งของมูลนิธิ

ข้อบังคับมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง ฉบับแรก 2560

 

ข้อบังคับ มูลนิธิขอบฟ้ากว้าง

 

หมวดที่ ๑ ชื่อเครื่องหมายและสำนักงานที่ตั้ง

               ข้อ ๑  มูลนิธินี้ชื่อว่า “มูลนิธิขอบฟ้ากว้างเพื่อเด็กและเยาวชนพิเศษ

                         ย่อว่า “ม.ขฟก.” เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Kobfakwang Foundation Children and Youth with Special Needs”

               ข้อ ๒  เครื่องหมายของมูลนิธิ ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ คือ เป็นรูปมันดาลาครึ่งซีก  มีครอบครัวและดวงดาวอยู่

                         ใต้โค้งของมันดาลา และมีชื่อ “มูลนิธิขอบฟ้ากว้าง” ภาษาไทย “Kobfakwang  Foundation”  

                         ภาษาอังกฤษ  ตามรูปที่ปรากฏด้านล่างนี้ 

                             .    

                ข้อ ๓ สำนักงานของมูลนิธิ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่  ๑๒๓/๑ หมู่ ๖ บ้านท่าพระ ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  

                         ๔๐๒๖๐

 

 

หมวดที่ ๒ วัตถุประสงค์

               ข้อ ๔ วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้ คือ

               ๔.๑  จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพและการดำรงชีพของเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

                       ๔.๒ ส่งเสริม กิจกรรม โครงการ ในการพัฒนาศักยภาพการดำรงชีพของเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการ

                                จำเป็นพิเศษ ครอบครัว สังคม ชุมชนและผู้สนใจทุกระดับ

                       ๔.๓  ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการจำเป็น

                                พิเศษด้านการดำรงชีพ        

                       ๔.๔ ประสาน ส่งเสริมและร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรต่างๆ ด้านการศึกษา ด้านแหล่งทุน ตลอดจนเข้าถึง

                                         สิทธิสู่การพึ่งตนเองและการดำรงชีพที่ยั่งยืนของเด็ก เยาวชนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและครอบครัว

                       ๔.๕ เป็นแหล่งเรียนรู้ สื่อเชิงวิชาการ ในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่าง เด็ก เยาวชน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน

                                และสังคม ในการวางแผนพัฒนาการศึกษา สร้างสังคมที่เกื้อกูลต่อผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

                       ๔.๖ ร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อเกื้อกูล สร้างความสงบสุขแก่สังคม   

                       ๔.๗ ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

           หมายเหตุ  เด็กและเยาวชนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ตามขอบข่ายของมูลนิธิ หมายถึง เด็กและเยาวชนที่มีความพิการ ตามพระราชบัญญัติ การจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีข้อจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิต ประจําวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เฉพาะกลุ่มที่บกพร่องทางการสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ที่เป็นอุปสรรค และมีความต้องการจําเป็นพิเศษทางการศึกษาและอาชีพที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือ     

หมวดที่ ๓ ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

               ข้อ ๕ ทรัพย์สินของมูลนิธิ มีทุนเริ่มแรกในการจดทะเบียน คือ เงินสด จำนวน ๒๖๐,๐๐๐ บาท ( สองแสนหกหมื่น

                          บาทถ้วน) ได้มาจาก คุณอรรถพล เลาห์ขจร และนางพรรณี  ปึงสุวรรณ บริจาคให้ 

               ข้อ ๖ มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน โดยวิธีดังต่อไปนี้

                       ๖.๑ เงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งมีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ  โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิ ต้อง

                                          รับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใดแต่ประการใด

                       ๖.๒ เงิน หรือทรัพย์สินต่างๆ ที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้

                       ๖.๓ ดอกผล อันเกิดจากเงินหรือทรัพย์สินอันเป็นทุนของมูลนิธิ

                       ๖.๔ รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ

               ข้อ ๗ ทรัพย์สินและกิจการต่างๆ ของมูลนิธิให้อยู่ในความดูแลหรือการพิจารณาของคณะกรรมการ เพื่อการนี้

                         คณะกรรมการมีอำนาจตราระเบียบหรือข้อบังคับใดๆ ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ได้     

 

หมวดที่ ๔ คุณสมบัติ และการพ้นตำแหน่งของกรรมการมูลนิธิ

               ข้อ ๘ กรรมการของมูลนิธิ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

                       ๘. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

                       ๘.๒ เป็นผู้มีหลักทรัพย์มั่นคง เชื่อถือได้

                       ๘.๓ ไม่เป็นผู้ที่ประพฤติตนเสื่อมเสียในทางศีลธรรม หรือที่รังเกียจของสังคม

                         ๘.๔ ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุกเว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

                       ๘.๕ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

               ข้อ ๙ กรรมการของมูลนิธิ พ้นตำแหน่งเมื่อ

                       ๙.๑ ครบวาระ

                       ๙.๒ ตาย หรือลาออก

                       ๙.๓ ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับข้อ ๘

                      ๙.๔ เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียทางด้านศีลธรรม และปฏิบัติตนไม่เหมาะสมจนคณะกรรมการ

                             มูลนิธิมีมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการมูลนิธิทั้งหมดให้พ้นตำแหน่ง

 

หมวดที่ ๕ การดำเนินงานของคณะกรรมการของมูลนิธิ

               ข้อ ๑๐ มูลนิธินี้ ดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน แต่ไม่เกิน ๒๕ คน ตามที่จด

                          ทะเบียนเป็นครั้งคราวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

               ข้อ ๑๑ คณะกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เลขานุการ   

                             มูลนิธิ เหรัญญิกมูลนิธิ และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับข้อ ๑๐

               ข้อ ๑๒ การแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิ ให้ปฏิบัติดังนี้ ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่ แต่งตั้ง

                              ประธานขึ้นหนึ่งคน และให้ประธานเลือกรองประธานสองคน เหรัญญิกหนึ่งคน เลขานุการหนึ่งคน ผู้ช่วย

                            เหรัญญิกหนึ่งคนและผู้ช่วยเลขานุการ ๑ คน กรรมการฝ่ายวิชาการ ๒ คน กรรมการฝ่ายแผนงาน ๒  คน  

                            กรรมการฝ่ายบริการ ๒ คน กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ๒ คน

 

 

               ข้อ ๑๓ กรรมการมูลนิธิ อยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลง ให้คณะกรรมการที่เหลืออยู่นั้นเลือก

                               บุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๘ เข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างให้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ใน

                          ข้อบังคับและให้ผู้ได้รับเลือกอยู่ในตำแหน่งเท่าวาระของผู้ที่ตนแทน

               ข้อ ๑๔ การแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิ ให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเป็นมติของที่

                           ประชุม ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด  

               ข้อ ๑๕ กรรมการมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งเข้าเป็นกรรมการมูลนิธิได้อีก

               ข้อ ๑๖ ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตำแหน่งนั้น

                          ปฏิบัติหน้าที่กรรมการมูลนิธิต่อไป จนกว่ามูลนิธิจะได้รับแจ้งการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหม่

 

หมวดที่ ๖ อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ

               ข้อ ๑๗ คณะกรรมการมูลนิธิ มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ และภายใต้

                            ข้อบังคับนี้ ให้มีอำนาจหน้าที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้

                           ๑๗.๑  กำหนดนโยบายของมูลนิธิ และดำเนินการตามนโยบายนั้น

                           ๑๗.๒ ควบคุมการเงิน และทรัพย์สินต่างๆ ของมูลนิธิ

                           ๑๗.๓ เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน และบัญชีรายรับ-รายจ่ายต่อนายทะเบียน

                           ๑๗.๔ ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้

                           ๑๗.๕ ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของมูลนิธิ

                           ๑๗.๖ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษ เป็นกรรมการกิตติมศักดิ์

                           ๑๗.๗ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการที่ปรึกษาของคณะกรรมการมูลนิธิ

                           ๑๗.๘ แต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าหน้าที่ประจำของมูลนิธิ มติให้ดำเนินการตามข้อ ๑๗.๖ และ ๑๗.๗ ต้อง   

                                      เป็นมติเสียงข้างมากของที่ประชุม

               ข้อ ๑๘ ประธานกรรมการมูลนิธิ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

                           ๑๘.๑  เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ

                           ๑๘.๒ สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ

                             ๑๘.๓  เป็นผู้แทนของมูลนิธิ หรือมอบหมายผู้ทำการแทนในการติดต่อกับบุคคลภายนอก

                           ๑๘.๔ ในการทำนิติกรรมใดๆ ของมูลนิธิ หรือการลงลายมือชื่อในเอกสาร ข้อบังคับ หรือสรรพหนังสือ อัน

                                          เป็นหลักฐานของมูลนิธิ การอรรถคดี เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้ลงลายมือชื่อ

                                               แต่ผู้เดียว ถือว่าเป็นการใช้ได้

                           ๑๘.๕ ปฏิบัติการอื่นๆ ตามข้อบังคับและมติของคณะกรรมการมูลนิธิ

               ข้อ ๑๙ ประธานกรรมการมูลนิธิ เป็นผู้บริหารจัดการมูลนิธิ ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิไม่อยู่หรือไม่สามารถ

                           ปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิ ปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าประธานกรรมการมูลนิธิ

                          จะมาปฏิบัติหน้าที่ได้ หากประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธานกรรมการมูลนิธิ ไม่อยู่หรือไม่

                       สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการของมูลนิธิแต่งตั้งให้กรรมการผู้ใดผู้หนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน

                           จนกว่าประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิจะมาปฏิบัติหน้าที่ได้

 

 

 

               ข้อ ๒๐ เลขานุการมูลนิธิ มีหน้าที่ควบคุมกำกับกิจการ และดำเนินการประชุมของมูลนิธิ บริหารงานทั่วไปของ

                           สำนักงานมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง  ติดต่อประสานงานทั่วไป รักษาระเบียบ ข้อบังคับของมูลนิธิ นัดประชุม

                           กรรมการตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ และทำรายงานการประชุม ตลอดจนรายงานกิจการของ

                           มูลนิธิ ในกรณีเลขานุการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้ช่วยเลขานุการปฏิบัติหน้าที่แทน

              ข้อ ๒๑ เหรัญญิกมูลนิธิ มีหน้าที่ควบคุมการเงิน ทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนการเงินการบัญชีต่างๆ และ

                          เอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด

                ข้อ ๒๒ สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด โดยทำเป็นคำสั่งระบุ

                             อำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน 

                ข้อ ๒๓ ให้มีโครงสร้างการบริหารงาน ดังนี้

                              ๒๓.๑ สำนักงานมูลนิธิขอบฟ้ากว้างฯ แบ่งเป็น ๒ งาน คือ

                                          ๑) งานบริหารทั่วไป งานธุรการและประสานกับหน่วยงาน องค์กร

                                          ๒) และงานการเงินและบัญชี  การเบิกจ่ายและบัญชีของมูลนิธิ

                             ๒๓.๒ ฝ่ายวิชาการ ดูแลด้านการพัฒนางานวิจัย หลักสูตร โครงการและกิจกรรมการอบรม

                             ๒๓.๓ ฝ่ายแผนงานและงบประมาณ ดูแลด้านการบริหารแผนงานและกิจกรรมโครงการตลอดปี

 

หมวดที่ ๗ การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ

               ข้อ ๒๔    ให้มีการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ เป็นการประชุมสามัญประจำปีทุกๆ ปีภายในเดือนมีนาคม และ

                               ต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม เพื่อพิจารณากิจการ

                               ดังต่อไปนี้

                               ๒๔.๑  พิจารณารายงานเกี่ยวกับกิจการที่ดำเนินไปแล้ว

                               ๒๔.๒ พิจารณาบัญชีงบดุล  

                               ๒๔.๓ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

                               ๒๔.๔ พิจารณาปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ข้อบังคับของมูลนิธิ

                               ๒๔.๕  ปรึกษากิจการอื่นๆ ของมูลนิธิ

                ข้อ ๒๕  การประชุมวิสามัญ อาจมีได้ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเรียกประชุมตามที่

                                เห็นสมควรหรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการ

                                มูลนิธิ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนขอให้มีการประชุม ก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้ ก็ให้ประธานหรือผู้ปฏิบัติ

                             หน้าที่แทนเรียกประชุมภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ สำหรับองค์ประชุมให้ใช้ข้อ ๒๔ บังคับ

                             โดยอนุโลม

               ข้อ ๒๖ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มติของที่ประชุมให้ถือเอา

                            คะแนนเสียงข้างมาก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด      

              ข้อ ๒๗ กิจการใดที่เป็นงานประจำหรือกิจการเล็กน้อย ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถาม

                           มติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ แต่ประธานกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อ

                            ที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในคราวต่อไปถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเป็น

                            งานประจำหรือเป็นกิจการเล็กน้อยหรือไม่ย่อมอยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ

 

 

               ข้อ ๒๘ ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ประธานกรรมการมูลนิธิ มีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลที่

                             เห็นสมควรเข้าร่วมประชุมในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์ หรือเพื่อชี้แจง หรือเพื่อให้คำปรึกษา

                             แก่ที่ประชุมได้

 

หมวดที่ ๘  การเงิน

               ข้อ ๒๙ ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ ครั้งละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

                                (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิ 

               ข้อ ๓๐  เหรัญญิกมูลนิธิ มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ ครั้งละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

               ข้อ ๓๑ เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิ ต้องนำฝากธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน แล้วแต่

                           คณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควร ในกรณีที่มูลนิธิประสงค์จะซื้อพันธบัตรรัฐบาล ให้ผ่านความ

                           เห็นชอบของคณะกรรมการมูลนิธิก่อน และต้องไม่นำทรัพย์สินส่วนที่เป็นทุนมาดำเนินการ

               ข้อ ๓๒ การรับเงินบริจาคสมทบหรือการได้มาโดยวิธีอื่นๆ มูลนิธิจะต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงิน และ

                               หรืออนุโมทนาบัตรให้ไว้เป็นหลักฐาน โดยให้ประธานกรรมการมูลนิธิและเหรัญญิกมูลนิธิเป็นผู้ลงนาม

                            ทุกครั้ง

                ข้อ ๓๓ มูลนิธิจะต้องมีผู้เก็บรักษาบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีทรัพย์สิน บัญชีหนี้สิน ตลอดจนบัญชีอย่างอื่นๆ ที่

                               จำเป็นเพื่อแสดงฐานะของมูลนิธิโดยถูกต้อง ทั้งจะต้องเก็บรักษาเอกสารใบสำคัญต่างๆ อันเกี่ยวกับการบัญชี

                                และการเงินไว้ให้ผู้สอบบัญชีตรวจ และเป็นหลักฐานของมูลนิธิด้วย

               ข้อ ๓๔ ผู้สอบบัญชีของมูลนิธิ ต้องไม่เป็นกรรมการมูลนิธิ หรือพนักงาน ลูกจ้างของมูลนิธิ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจ

                            ตรวจสรรพเอกสารที่เกี่ยวกับการบัญชีและการเงินของมูลนิธิ ในการสอบบัญชีมีอำนาจสอบถามหรือเรียก

                            ขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกรรมการและเจ้าหน้าที่ต่างๆ ของมูลนิธิได้

              ข้อ ๓๕ให้คณะกรรมการมูลนิธิ ทำบัญชีงบดุลประจำปีซึ่งสิ้นสุดตามปีปฏิทิน เพื่อแสดงฐานะการเงินของ

                          มูลนิธิ และเมื่อผู้สอบบัญชีได้รับรองความถูกต้องแล้ว ให้เสนอต่อประธานกรรมการมูลนิธิ เพื่อเสนอใน

                            ที่ประชุมสามัญประจำปี

               ข้อ ๓๖  การสั่งจ่ายเงินประจำปีของมูลนิธิ ให้จัดทำประมาณการรายจ่ายประจำปี

                     ข้อ ๓๗  การสั่งจ่ายเงินโดยเช็ค จะต้องมีลายมือชื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิ กับเลขานุการ

                                       มูลนิธิ หรือเหรัญญิกมูลนิธิ ลงนามตามข้อ 36 ร่วมกันอย่างน้อยสองในสามทุกครั้ง จึงจะเบิกจ่ายเงินได้

               ข้อ ๓๘ การใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงาน ให้ใช้เฉพาะดอกผลอันเกิด

                            จากทรัพย์สินที่เป็นทุน เงินที่ผู้บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะ และรายได้อัน

                           เกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ

               ข้อ ๓๙ ให้คณะกรรมการมูลนิธิ วางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่างๆ เกี่ยวกับรายรับและรายจ่าย นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

 

หมวดที่ ๙ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ

              ข้อ ๔๐ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้ โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิ                

                           เข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และการอนุมัติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ                 

                           ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม

 

หมวดที่ ๑๐ การเลิกมูลนิธิ

             ข้อ ๔๑ ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการ หรือโดยเหตุใดๆ ก็ตามให้ทรัพย์สินของมูลนิธิ

                       ทั้งหมดที่เหลืออยู่ ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่องค์การกุศลที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกับมูลนิธินี้ ตามมติของ

                              คณะกรรมการของมูลนิธิที่จะพิจารณาเห็นสมควร (ผู้รับต้องมีสภาพเป็นนิติบุคคล)

               ข้อ ๔๒ การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาล

                            สั่งเลิกด้วยเหตุผลต่อไปนี้

                           ๔๒.๑ เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิเป็นนิติบุคคลแล้ว ไม่ได้รับทรัพย์สินตามคำมั่นเต็ม

                                                จำนวน เว้นแต่นายทะเบียนจะพิจารณาเห็นว่า ทรัพย์สินมูลนิธิได้รับนั้นไม่พอที่จะดำเนินงานให้

                                       เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิได้

                           ๔๒.๒ เมื่อกรรมการมูลนิธิมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกมูลนิธิ

                           ๔๒.๓ เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของมูลนิธิ

                           ๔๒.๔ เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ

 

หมวดที่ ๑๑ บทเบ็ดเตล็ด

               ข้อ ๔๓ การตีความข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของ
                            จำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด

               ข้อ ๔๔ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับในเมื่อข้อบังคับ

                            ของมูลนิธิไม่ได้กำหนดไว้หรือกำหนดไว้ขัดแย้ง

                ข้อ ๔๕ มูลนิธิ ต้องไม่กระทำการหาผลประโยชน์เพื่อบุคคลหรือคณะบุคคลใด นอกจากเพื่อดำเนินการตาม

                           วัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง และจะไม่ดำเนินการนอกเหนือไปจากข้อบังคับที่กำหนดไว้

 

         ลงนาม          ผู้จัดทำข้อบังคับ

                                                                                                       ( นางดุษฎี    บุญมี )

     ตำแหน่ง ประธานกรรมการมูลนิธิขอบฟ้ากว้าง